นักวิชาการพอใจระบบสอบเข้ามหาลัยใหม่

นักวิชาการพอใจระบบสอบเข้ามหาลัยใหม่

วันนี้ (4 พ.ย.) ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีการปรับระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งจะเริ่มปีการศึกษา 2561 โดยมีหลักการเพื่อให้เด็กเรียนในระบบการศึกษาจนจบหลักสูตรม.ปลาย ,ลดการวิ่งรอกสอบ,ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง,ให้เด็กได้เลือกเรียนตามศักยภาพและ มหาวิทยาลัยได้คนตามที่ต้องการ และแบ่งการสอบเป็น3 ระบบ ได้แก่ การคัดเลือกโดยระบบโควต้าที่ไม่ใช้การสอบ, ระบบการคัดเลือกโดยใช้ข้อสอบกลาง  และระบบการรับตรงที่ให้อิสระกับมหาวิทยาลัยดำเนินการโดยต้องไม่มีการจัดสอบนั้น ว่า ข้อสรุปของทปอ.ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ทปอ.ยอมรับระบบสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยสร้างปัญหาให้กับสังคม ทั้งการเร่งเด็กเรียนให้จบหลักสูตร การกวดวิชา วิ่งรอกสอบ เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่สูง เป็นต้น ซึ่งการยอมรับครั้งนี้ก็ถือเป็นความกล้าหาญที่น่าชื่นชม แต่ตนอยากให้ ทปอ.ออกมาขอโทษสังคม เพราะหากไม่มีนโยบายของพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ก็ไม่รู้ว่า เราต้องอยู่กับปัญหาการสอบคัดเลือกนี้ไปอีกนานเท่าไร และต่อไปหากทปอ.จะคิดดำเนินการสิ่งใดก็ขอให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมไทย  ไม่ควรมุ่งแต่จะหารายได้ให้มหาวิทยาลัยอยู่รอด

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนระบบการคัดเลือกที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มนั้น ตนเห็นว่าเป็นการปรับระบบให้กระชับขึ้น โดยรวมระบบแอดมิชชั่นกลาง ที่ใช้การสอบโอเน็ต, คะแนนจีแพคซ์ แบบวัดความถนัดทั่วไปหรือ GAT และ แบบวัดความถนัดทางวิชาการหรือวิชาชีพ หรือ PAT รวมกับการสอบวิชาสามัญ 9 วิชา โดยจัดสอบในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะทำให้เด็กเกิดความเครียด และวิธีดังกล่าวจะลดการกวดวิชาได้จริงหรือไม่ 

“ผมเห็นว่าในเมื่อ ทปอ.ระบุว่า ผลวิจัยGAT และ PAT เป็นข้อสอบที่มีคุณภาพ สามารถคัดเลือกเด็กและทำนายผลได้ว่า เด็กจะเรียนมหาวิทยาลัยได้จนจบ  ก็ควรลดจำนวนวิชาสอบลง หรือ รวม GAT และ PAT กับ วิชาสามัญ 9 วิชา ด้วยกัน เพราะซ้ำซ้อน ทำให้เด็กสอบมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ก็อยากขอเหตุผลด้วยว่า ทำไม กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) จึงสามารถแยกตัวมาสอบได้เองแม้จะเป็นช่วงเวลาเดียวกัน และจัดสอบเด็กทั่วประเทศเช่นเดียวกัน หากกลุ่มแพทย์ทำได้เช่นนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญ แล้วกลุ่มคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์  หรือกลุ่มอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน ก็จะขอแยกจัดสอบด้วยจะได้หรือไม่ ทั้งนี้ ทปอ.และ กสพท.ก็ต้องชี้แจงกับสังคมด้วย” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว




ที่มา : dailynews.com

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
คุณ : มะม่วง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 110.77.203.53

110.77.203.53,,110.77.203.53 ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเดิมเป็นปัญหาสังคมมากมายผู้เรียนม.6เสียการเรียนเกือบครึ่่งปีเพื่่อเตรียมตัวสอบ ผู้เรียนเสียโอกาสเข้าเรียนตามความสนใจ ผู้เรียนมีค่าใช้จ่ายสูง การแข่งขันโดยไม่มีแก่นสารทำให้ผู้เรียนเกิดความเครียดโดยไม่จำเป็น สมควรอย่างยิ่งที่่ ทปอ.ยกเลิกระเบียบการสอบดังกล่าวให้หมดไปจากสังคมไทยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตามความสนใจและความถนัดจะดีที่่สุด


[ วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10:21 น. ]
คุณ : มหาลัย มหาหลอก
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 180.180.98.151

180.180.98.151,,node-jh3.pool-180-180.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
เห็นด้วยกับ ความคิดเห็นที่  icon

ครับมันคือธุรกิจ ที่ใช้ความเดียงสาของเด็กและเยาวชนมาเป็นเครื่องมือหากินของบรรดาครู อาจารย์ และนักวิชาการทั้งหลายแหล่ ที่สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกเอาตังค์เท่านั้นเอง มันไม่ได้เป็นเรื่องจริงใดๆเลย เรียนให้ตายก็ไม่มีงานทำหรอก จบปีละเป็นล้านมีงานหลักพัน ไม่ต้องถามใครควายยังรู้เลยครับ


[ วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา 20:56 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์