5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

เราคงเคยได้ยินได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความคิดล้ำหน้า ประชาชนมีระเบียบวินัย มีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง หลายประเทศวิเคราะห์ว่าประเทศญี่ปุ่นมีการวางรากพื้นฐานการศึกษาที่ดีตั้งแต่เด็ก เรามาดูกันดีกว่าว่าระบบการศึกษาของญี่ปุ่นเป็นอย่างไร และเราสามารถนำระบบนี้มาปรับใช้กับการศึกษาในประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใด

1.ช่วง 3 ปีแรกไม่มีการสอบ

5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

ในช่วง 3 ปีแรกจนกว่านักเรียนจะถึงชั้นเกรด 4 อายุประมาณ 10 ขวบ จะไม่มีการทดสอบวัดความรู้ใดๆ ทั้งสิ้น จะเน้นไปด้านการสอนให้เคารพผู้อื่น ความมีวินัย เป็นมิตรต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รู้จักช่วยเหลือรับผิดชอบตัวเอง และยังสอนให้รู้จักความยุติธรรม เพื่อปูพื้นฐานก่อนที่จะเรียนความรู้ด้านวิชาการ

2.ไม่มีภารโรงดูแลความสะอาดในโรงเรียน

5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

ถึงในไทยจะมีการจัดเวรทำความสะอาดประจำวันก็ตาม แต่มันก็คือการทำความสะอาดส่วนห้องใครห้องมัน ที่ญี่ปุ่นนักเรียนทุกคนจะต้องช่วยกันทำความสะอาดทั้งห้องเรียน โรงอาหาร ห้องน้ำ สลับกันไปทำ สอนให้นักเรียนรู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น การรู้จักความรับผิดชอบและเป็นฝึกงานบ้านไปในตัวอีกด้วย

3.นักเรียนทานอาหารเที่ยงพร้อมหน้าพร้อมตา

5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

รัฐบาลญี่ปุ่นห่วงใยสุขภาพเด็กนักเรียนญี่ปุ่น มีการจัดอาหารตามหลักโภชณาการครบ 5 หมู่โดยจะต้องรับประทานอาหารร่วมกันในห้องเรียนรวมถึงอาจารย์ประจำชั้นด้วย ซึ่งช่วยให้ทั้งนักเรียนและคุณครู มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

4.เรียนศิลปะดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น

5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

นักเรียนญี่ปุ่นจะได้ฝึกงาน วิเคราะห์บทกวี ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ฝึกการแต่งกลอนไฮกุซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เพื่อฝึกทักษะด้านภาษาให้ถูกต้อง และเป็นการปลูกฝังความเป็นชาติของญี่ปุ่นเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมสืบต่อไป

5.นักเรียนแต่งชุดยูนิฟอร์ม

5 เรื่องจริงระบบการศึกษาญี่ปุ่น ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแข็งแกร่ง

ข้อนี้ไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่ แต่ละโรงเรียนจะมีกฏการแต่งเครื่องแบบนักเรียนไม่เหมือนกัน บางที่ก็เคร่งมากแม้กระทั่งเรื่องกระเป่าและทรงผม บางที่ลดมาตรฐานเอาให้สบายๆ ก็พอ เพื่อเป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวและเพื่อให้นักเรียนโฟกัสกับการเรียนเป็นหลัก มากกว่าจะห่วงเรื่องการแต่งตัวรักสวยรักงามมากเกินไป

ที่มา bkk.today>>lifehack

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
คุณ : มะม่วง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 134.236.0.113

134.236.0.113,,134.236.0.113 ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
หลักสูตรการเรียนการสอนของญี่่ปุ่นดีมากเหมาะสมที่่จะนำมาใช้ในประเทศไทยทั้งหมด รัฐควรกระจายอำนาจให้โรงเรียนและชุมชนบริหารงานทั้งหมดส่วนกลางมีหน้าที่่เพียง กำหนดหลักสูตรกลาง การจัดสรรงบประมาณตามรายหัว ออกประเมินผลสิ้นปีการศึกษาปีละครั้งเท่านั้น หน่วยงานทางการศึกษาระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับเขตพื้นที่่ไม่มีประโยชน์ทำให้เสียงบประมาณและบุคลากรเป็นจำนวนมากควรยกเลิกจะดีที่่สุด


[ วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน 2560 เวลา 10:01 น. ]
คุณ : 69
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 180.183.158.236

180.183.158.236,,mx-ll-180.183.158-236.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
คห.1 มันคงจะดีหากรัฐและสถาบันการศึกษาทุกทีทำได้อย่างที่คุณว่า แต่ติดอยู่ที่พวกผู้บริหารไม่ซื่อสัตย์ อาจารย์ต่างขาดจรรยาบรรณ บางคนก็ชอบทำอนาจารนักเรียน นักเรียนยากจนก็มีจำนวนมาก รัฐควรแก้ไขปัญหานี้ให้จริงจังเสียก่อน


[ วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน 2560 เวลา 15:27 น. ]
คุณ : หหหหหห
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 202.29.228.36

202.29.228.36,,202.29.228.36 ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]
แล้วลืมสอน เรื่องควรอายต่อสังคมโลกไหมว่ะ หนัง AV ทั้งหลาย ดูถูกเพศแม่ เอาผู้หญิงมาสนองตัณหาผู้ชาย ..........................................


[ วันอังคาร ที่ 11 เมษายน 2560 เวลา 14:32 น. ]
คุณ : w
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 202.28.7.129

202.28.7.129,,202.28.7.129 ความคิดเห็นที่ 4 [อ้างอิง]
นับว่าเป็นแนวทางที่ดีมากๆ ฝึกสอนกันตั้งแต่.......การวิวัฒิธนาการยังไม่เร็วจนเกินไปหรือช้าเกินไป บวกกับใส่ความเป็นอัตลักษณของความเป็นเอกเทศอีกด้วย นับว่าเป็นก้าวใหม่เพื่อนำไปสุ่ช่องทางแห่งเสรีชนโดยแท้จริง สปาตันนนนนนนน ไม่เคย ถอยยย อาฮู อาฮู !!!!


[ วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน 2560 เวลา 12:16 น. ]
คุณ : นก
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 58.97.28.179

58.97.28.179,,58-97-28-179.static.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 5 [อ้างอิง]
บางทีให้เรียนมากไปก็ไม่ดีเพราะไม่รู้จักประกอบอาชีพควรสอนให้เขาทำมาหากินเลี้ยงตนเองจะดีกว่านะสำหรับคนที่เขาไม่ค่อยอยากเรียนแต่ประเทสไทยรู้ไหม อยากเรียนหรือไม่อยากเรียนจะเก่งหรือฉลาดน้อยมีทางเลือกให้เรียนเหมือนๆกันมีเป็าหมายๆเหมือนๆกันว่าต้องจบพื้นฐาน ม.3 เด็กนะพอโตมากไปมันจะขี้เกียจและไม่อยากทำงานควรมีหลักสูตรสำหรับทางเลือกคนที่ไม่อยากเรียนวิชาการแต่อยากเรียนวิธีการใช้ชีวิตให้อยู่รอด การทำงานเลี้ยงตนเองจะดีกว่าไหมน้อ


[ วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2560 เวลา 14:03 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์