ครูยุคใหม่ อย่าทำตัวเป็นไม้บรรทัด


ครูยุคใหม่ อย่าทำตัวเป็นไม้บรรทัด


อย่าเป็นไม้บรรทัดที่คอยแต่ละวัด
เราใช้ไม้บรรทัดในการวัดความยาวของสิ่งต่าง ๆ ว่า สิ่งเหล่านั้นมีความยาวเท่าไหร่ และเปรียบเทียบว่าสิ่งไหนสั้นหรือยาวกว่ากัน ซึ่งมันช่วยทำให้เรารู้ความยาวที่แน่นอนของสิ่งของชิ้นนั้น ๆ แต่เมื่อเราหมายถึงการทำงานของครูผู้สอน การเป็นไม้บรรทัดที่เอาแต่วัดนักเรียนนั้นไม่ใช่แนวทางที่ควรจะเป็นสำหรับยุคสมัยนี้

ตลอดมาครูผู้สอนนั้นมักจะทำหน้าที่คอยแต่ละวัดคุณค่านักเรียนแต่ละคนเสมอ เช่น เรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่ง นิสัยดีหรือนิสัยไม่ดี ขยันหรือขี้เกียจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ครูผู้สอนมองนักเรียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน และอาจเกิดอคติกับนักเรียนบางคนได้ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งอคติเหล่านี้ส่งผลให้ครูผู้สอนไม่เต็มที่กับการส่งเสริมนักเรียนคนนั้น ๆ และอาจทำให้พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังหรือล้มเหลวด้านการเรียนได้ ดังนั้นการวัดคุณค่านักเรียนจึงควรจะเป็นไปเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการที่จะส่งเสริมพัฒนานักเรียนแต่ละคนอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เป็นการตีตราว่าพวกเขาเป็นอย่างไร ถ้านักเรียนคนใดมีปัญหาการเรียน ครูผู้สอนก็ต้องช่วยเสริม นักเรียนคนใดมีปัญหาพฤติกรรม ครูผู้สอนก็ต้องพูดคุยและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จึงจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

อย่าเป็นไม้บรรทัดที่เอาไว้ชี้ให้ทำตาม

บทบาทของไม้บรรทัดอีกอย่างหนึ่ง คือการนำมาใช้เป็นไม้ชี้ให้นักเรียนดูสิ่งต่าง ๆ บนกระดานและทำตาม เป็นเสมือนไม้กายสิทธิ์ที่ดึงให้นักเรียนสนใจแต่สิ่งที่ครูผู้สอนต้องการจะให้สนใจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการศึกษาแบบเดิมที่เคยเป็นมา แต่เมื่อเรากล่าวถึงการศึกษายุคใหม่ ครูผู้สอนไม่ควรที่จะมุ่งให้เด็กสนใจแต่สิ่งที่ครูผู้สอนต้องการหรือคอยจำแต่สิ่งที่ครูผู้สอนต้องการจะให้จำหรือให้เรียนรู้ แต่ต้องให้เขาเห็นภาพรวมของเนื้อหาและสามารถสร้างองค์ความรู้ของเขาได้เอง โดยครูผู้สอนมีหน้าที่คอยชี้แนะและแนะนำให้องค์ความรู้ที่นักเรียนได้นั้นเหมาะสมและถูกต้องมากขึ้นมากกว่า

อย่าเป็นไม้บรรทัดที่เอาไว้ตีหรือทำโทษ

หลายคนอาจเคยเอาไม้บรรทัดมาใช้แทนไม้เรียวในการทำโทษนักเรียนกันมาบ้าง หรือไม่ก็ให้นักเรียนคาบและไปยืนขาเดียวอยู่หน้าห้องเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือบทบาทของไม้บรรทัดที่เป็นเครื่องมือในการทำลงโทษที่รุนแรง สร้างให้เกิดความอับอายและความไม่พึงพอใจ ซึ่งไม่ใช้แนวทางที่เหมาะสมเลยสำหรับยุคปัจจุบัน

การปรับพฤติกรรมนักเรียนนั้นไม่ควรใช้การลงโทษ โดยเฉพาะกับการลงโทษด้วยความรุนแรงและละเมิดสิทธิของความเป็นมนุษย์ เพราะแม้จะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดผลในระยะยาว และอาจส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจของนักเรียนมากกว่าที่คิดอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้เหมาะสมกับการศึกษาสมัยใหม่ ครูผู้สอนควรลองเปลี่ยนจากการลงโทษที่เลวร้ายต่าง ๆ เป็นการเสริมแรงและให้กำลังใจกับพฤติกรรมที่ดีและใช้กระบวนการสร้างวินัยเชิงบวกมาช่วยในการปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า

 

อย่าเป็นไม้บรรทัดที่เอาไว้ตีกรอบ
เรามักคุ้นเคยกับการใช้ไม้บรรทัดในการตีกรอบหรือตีเส้น ซึ่งเป็นการใช้สอยแรก ๆ ที่เราเลือกจะหยิบเอาไม้บรรทัดมาใช้ทำงานนี้ ซึ่งช่วยให้เราตีกรอบหรือตีเส้นได้เที่ยงตรงและรวดเร็วกว่าการลากด้วยลายมือเพียงอย่างเดียว

สำหรับมุมมองเรื่องนี้ ถ้ามองครูผู้สอนในมุมมองของไม้บรรทัดที่ใช้ในการตีกรอบหรือตีเส้น ต้องบอกว่าครูผู้สอนท่านใดที่ยังมีความคิดเช่นนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องปรับความคิดเสียใหม่ เพราะการศึกษาในยุคสมัยนี้จะต้องไม่ตีกรอบนักเรียน หรือบังคับให้นักเรียนอยู่ในกรอบ เพราะส่งเสริมให้นักเรียนใช้ความคิดหรือสร้างองค์ความรู้ของตัวเอง มีแต่จะคอยตามครูผู้สอน ซึ่งนอกจากจะไม่สอดคล้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้แล้ว ยังทำให้นักเรียนไม่สามารถเติบโตและแข่งขันในระดับสากลได้อีกด้วย

อย่าเป็นไม้บรรทัดที่เอาขีดเส้นใต้

มีเพลงดังในอดีตเพลงหนึ่งที่กล่าวถึงการขีดเส้นใต้ ซึ่งบอกถึงการเน้นย้ำหรือให้ความสำคัญในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งเราจะใช้การขีดเส้นใต้เพื่อให้เราจดจำคำๆนั้นหรือใจความนั้น ๆ ได้คล้าย ๆ กับการที่ขีดคลุมข้อความด้วยปากกาเน้นข้อความ

การที่ครูผู้สอนตีตรานักเรียนว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เสมือนเป็นการขีดเส้นใต้บนตัวของนักเรียน ซึ่งนอกจากจะทำให้ครูผู้สอนมองนักเรียนเพียงด้านเดียวแล้ว ยังส่งผลให้นักเรียนรู้สึกว่าตัวเองมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนั้น และไม่รู้สึกว่าตัวเองสามารถเติบโตและพัฒนาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยกับนักเรียนในการศึกษายุคใกม่ ดังนั้น ครูผู้สอนจึงควรเลิกขีดเส้นบนตัวของนักเรียน และพึงระลึกไว้เสมอว่านักเรียนทุกคนมีดีในแบบของตัวเองและทุกคนสามารถที่จะพัฒนาได้เสมอ

ไม้บรรทัดเป็นนวัตกรรมทางเรขาคณิตที่มีประโยชน์มายาวนาน แต่เมื่อนำมาเปรียบเปรยกับครูผู้สอนย่อมเป็นสิ่งที่ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพราะถ้ามัวแต่เป็นครูผู้สอนที่เหมือนไม้บรรทัดอยู่ ถึงจะมีการวัดที่เที่ยงตรง แต่ถ้าการวัดนั้นไม่นำไปสู่ประโยชน์ รวมถึงการใช้สอยอื่น ๆ ที่ไม่สร้างให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามยุคสมัย มันก็ถึงเวลาที่ควรจะเลิกและเปลี่ยนไปเป็นสิ่งอื่นที่เหมาะสมมากกว่า ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นสำคัญ

เครดิตแหล่งข้อมูล :trueplookpanya


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์